แจ็คกี้ ชาน Jackie Chan เฉินหลงเมืองไทยผู้ใช้ชีวิตแบบวิ่ง สู้ ฟัด

jackie-chan-profile

หากจะพูดถึงแอ็คชั่นสตาร์ระดับเอเชีย ที่ขึ้นไปเขย่าบัลลังก์ฮอลีวู้ดได้ ก็มีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น โทนี่ จา ก็คนหนึ่ง เจ็ต ลี ก็ด้วย แต่เบอร์หนึ่งที่ครองอันดับมายาวนาน เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก แจ็คกี้ ชาน หรือ เฉินหลง นั่นเอง การแสดงหนังแอ็คชั่นของเค้าการต่อสู้ที่ไม่เหมือนใคร และเชื่อว่า เกือบทุกสถานการณ์ที่มีในโลกใบนี้ เฉินหลง แทบจะผ่านมาหมดแล้ว แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ชายคนนี้ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย มีเรื่องอะไรบ้างไปดูกัน

ข้อมูลส่วนตัว

เราเรียกเค้าว่า เฉินหลง แต่ชื่อจริงของเค้าก็คือ เฉิน กั่งเซิง แปลว่าเกิดที่ฮ่องกง เกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 1954 เกิดที่วิคตอเรียพีค ฮ่องกง ครอบครัวของเค้าพ่อชื่อว่า เฉินจื้อผิง และแม่ชื่อว่า เฉิน ลี่ลี่ พ่อทำงานเป็นพ่อครัว แม่ทำงานเป็นแม่บ้าน(ให้กับอัครราชทูตฝรั่งเศสในฮ่องกง) หากนับเฉพาะในวงการบันเทิง เค้าทำมาหมดแล้วตั้งแต่ผู้กำกับ นักแสดง ผู้อำนวยการสร้าง ผู้ผระสานงานฉากการต่อสู้ จนถึงเด็กเสิร์ฟน้ำประจำกอง เค้าก็เคยทำในช่วงที่เริ่มเข้ามาทำงานแรก ถือว่าเป็นชายที่อดทนและต่อสู้กับทุกอย่างเพื่อความสำเร็จของตัวเองแบบน่าชื่นชมและเป็นแบบอย่างที่ดีของเค้าเลย

ช่วงชีวิตในวัยเด็ก

ต้องยอมรับว่า เฉินหลง เป็นเด็กอีกคนหนึ่งที่เกิดมาพร้อมกับความยากลำบากของสภาพสังคมในฮ่องกงยุคนั้น ความยากลำบากของเค้าหนักถึงขั้นที่ว่า เค้าเกือบจะถูกขายให้กับ หมออังกฤษด้วยราคาเพียงแค่ 26 เหรียญเท่านั้นเอง แต่สุดท้ายพ่อแม่ของเค้าก็เลิกล้มความคิดดังกล่าว ส่วนเรื่องเรียนตอนเด็กเรียนระดับประถมที่โรงเรียนหนานหัว

ต่อจากนั้น เฉินหลง ก็ได้เจอกับความโหดร้ายของชีวิตในครั้งแรก เมื่อเค้าอายุได้ 7 ขวบ ต้องไปเข้าเรียนที่โรงเรียน อุปรากรจีน ส่วนพ่อกับแม่ต้องทำงานที่สถานทูตรในออสเตรเลีย ทำให้ เฉินหลง ต้องห่างจากพ่อแม่เป็นเวลานาน อย่างไรก็ตามชีวิตก็ไม่ได้แย่นักแม้จะโดดเดี่ยวห่างพ่อแม่ แต่เค้าก็ได้เจอมิตรแท้ร่วมสาบานที่ชื่อว่า หงจินเป่า และ หยวนเปียว

อีกเรื่องหนึ่ง ใครที่ไม่รู้คงสงสัยว่า ทำไม เฉินหลง ดูจะรักและผูกพันกับเมืองไทยมากเพราะว่า ช่วงอายุ 9 ขวบ เค้าเคยมาอาศัยอยู่แถวเยาวราชด้วย แถมยังได้เรียนมวยไทยจากคุณลุงแก่ๆคนหนึ่ง จนทำให้เป็นอีกหนึ่งวิชาที่ เฉินหลง ติดตัวเองไว้ในเวลาต่อมา

การเข้าสู่วงการบันเทิง

หลังจากนั้น เฉินหลง เติบโตเรื่อยมาจนถึงอายุได้ 17 ปี ตอนนั้น เค้าเริ่มทำงานวงการสตั๊นท์แมนแล้ว บวกกับหนังกังฟูฮ่องกงเฟื่องฟูมากจากการนำของ บรู๊ซ ลี เฉินหลง ก็ได้ทำงานด้วยในตอนนั้น แต่หลังจาก บรู๊ซ ลี เสียชีวิตเค้าก็ต้องตกงานจากความนิยมที่เสื่อมลงของหนัง

อย่างไรก็ตาม เฉินหลง ก็ได้เกิดใหม่อีกครั้งเมื่อความสามารถของเค้าไปถูกใจผู้กำกับคนหนึ่งชื่อว่า หลอเหว่ย พร้อมกับพาเค้าเล่นหนังเรื่องแรกชื่อว่า Fist of Fury แล้วก็เรื่องอื่นๆเรื่อยมา ด้วยความตั้งใจจะปั้นให้เค้ากลายเป็นซุปตาร์ดาราแอ็คชั่นคนใหม่แต่ช่วงนั้นแม้จะมีหนังออกมาเยอะ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเลย

ความพยายามของเค้ามาสำเร็จตอนหนังเรื่อง Snake in the Eagle’s shadow เข้าฉาย เรื่องนี้ทำให้ เฉินหลง กลายเป็นที่รู้จักมากมาย หนังก็ทำรายได้ด้วย ก่อนจะมาดังแบบพลุแตกในระดับเอเชีย กับเรื่อง Drunken Master หรือ ชื่อไทยว่า ไอ้หนุ่มหมัดเมานั่นเอง จากนั้นเค้าก็เริ่มไปเปิดตลาดที่ฮอลลีวู้ด แต่ไม่สำเร็จ จนต้องกลับมาเล่นหนังฮ่องกง สลับไปมาหลายครั้งจนมาประสบความสำเร็จจากหนังเรื่อง Rush hour จากนั้นเค้าก็ติดลมบน เล่นหนังฮอลลีวู้ดอีกหลายเรื่องจนประสบความสำเร็จยาวๆมาจนถึงปัจจุบัน